ล่ามศาล: การเปรียบเทียบระหว่างมาตรฐานเอกชน (SEAProTI) และกรอบราชการศาลยุติธรรม
- SEA ProTI
- 6 ก.ย. 2568
- ยาว 1 นาที

ในบริบทของการเข้าถึงความยุติธรรม สิทธิในการมีล่ามถือเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานตามกฎหมายไทยและกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในคดีที่คู่ความหรือจำเลยเป็นชาวต่างชาติที่ไม่สามารถใช้ภาษาไทยได้อย่างเพียงพอ ปัจจุบันประเทศไทยมีทั้งระบบ “ล่ามศาล” ที่อยู่ภายใต้การจัดการของสำนักงานศาลยุติธรรม และระบบการรับรอง “ล่ามรับรอง” ที่ดำเนินการโดยสมาคมวิชาชีพนักแปลและล่ามแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAProTI) ซึ่งเป็นองค์กรวิชาชีพเอกชน ทั้งสองระบบมีความเหมือนและต่างกัน ทั้งในด้านนิยาม การรับรอง มาตรฐานการอบรม และกรอบการใช้งาน
นิยามและสถานะ
SEAProTI: เป็นองค์กรวิชาชีพเอกชนที่ออกใบรับรอง “ล่ามรับรอง” ผ่านหลักสูตรอบรมด้านกฎหมาย การสอบปฏิบัติทั้ง consecutive interpreting และ simultaneous interpreting รวมถึงการกำหนดจรรยาบรรณวิชาชีพล่ามกฎหมาย ใบรับรองที่ได้ถือเป็นตรามาตรฐานในตลาดงานล่าม โดยเฉพาะในภาคเอกชนและงานอนุญาโตตุลาการ (arbitration)
ล่ามอิสระภาษาต่างประเทศ: หมายถึงล่ามที่สำนักงานศาลยุติธรรม โดยสำนักการต่างประเทศจัดหา อบรม และขึ้นทะเบียนเพื่อใช้งานในคดีอาญาจริงของศาลไทย ใบรับรองหรือรายชื่อขึ้นทะเบียนถือเป็นฐานอ้างอิงของหน่วยงานรัฐ ไม่ใช่ตรามาตรฐานเชิงตลาด
การรับรองและการขึ้นทะเบียน
SEAProTI: ใบรับรองออกโดยสมาคมเอกชน มีเงื่อนไขคุณสมบัติ การสอบปฏิบัติ และการรักษาจรรยาบรรณสมาคม การเผยแพร่คุณสมบัติของผู้ได้รับการรับรองช่วยยกระดับความโปร่งใสและมาตรฐานในตลาดล่าม
ศาลยุติธรรม: การอบรมและขึ้นทะเบียนอยู่ในความดูแลของสำนักการต่างประเทศ โดยมีประกาศรายชื่อผู้ผ่านอบรมเป็นทางการ ใช้เป็นฐานข้อมูลสำหรับการจัดหาล่ามในคดีจริง
กรอบการใช้งานในศาล
SEAProTI: มีมาตรฐานสูง แต่การจะเข้าปฏิบัติงานในศาลไทยต้องอาศัยการยอมรับหรือการมอบหมายจากลูกความ เอกชน หรือทนายความ เป็นผู้จ้าง ใบรับรองของสมาคมช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ
ล่ามอิสระภาษาต่างประเทศ: เป็นกลไกหลักที่ศาลใช้จริงในการจัดหาล่ามในคดีอาญา เพื่อให้สิทธิคู่ความได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญและกติการะหว่างประเทศ
การอบรมและเนื้อหา
SEAProTI: เน้นการอบรมทักษะการล่ามกฎหมาย การสอบปฏิบัติทั้ง consecutive และ simultaneous ตลอดจนการฝึกอบรมเชิงจรรยาบรรณ ในลักษณะสากล
ศาลยุติธรรม: จัดอบรมแยกเป็นด้านภาษาและด้านกฎหมาย มีการประกาศอบรมตามรอบปีงบประมาณ และครอบคลุมล่ามประเภทเฉพาะ เช่น ล่ามภาษามือ
รายได้และการเบิกจ่าย
SEAProTI: เป็นตรามาตรฐานในตลาดเอกชน เปิดโอกาสให้ล่ามรับงานที่มีเรตราคาและข้อตกลงยืดหยุ่น เช่น งานอนุญาโตฯ งานธุรกิจระหว่างประเทศ หรือคดีเอกชน
ล่ามอิสระภาษาต่างประเทศ: ค่าตอบแทนจ่ายตาม “ระเบียบราชการ” ของสำนักงานศาลยุติธรรม เช่น ค่าป่วยการ ค่าพาหนะ และค่าเช่าที่พัก ซึ่งเป็นอัตราคงที่และมีเพดาน
จุดเด่นและข้อจำกัด
SEAProTI: เด่นด้านมาตรฐานวิชาชีพ เครือข่ายงานเอกชน ความน่าเชื่อถือในตลาด และการยอมรับในงานนอกศาล แต่ข้อจำกัดคือไม่ใช่กรอบราชการโดยตรง
ล่ามอิสระภาษาต่างประเทศ: เด่นด้านความชัดเจนของเส้นทางราชการและการเข้าถึงงานศาลโดยตรง แต่ข้อจำกัดคือไม่สามารถยืดหยุ่นด้านอัตราค่าตอบแทนหรือขยายไปสู่ตลาดอนุญาโตฯ ได้มาก
บทสรุป
การเป็นล่ามศาลในประเทศไทยมีสองฐานอ้างอิงหลัก ได้แก่ การรับรองโดย SEAProTI และ การขึ้นทะเบียนโดยศาลยุติธรรม ซึ่งสามารถเสริมกันได้ บุคคลหนึ่งสามารถถือใบรับรองจาก SEAProTI ควบคู่กับการขึ้นทะเบียนของศาล เพื่อขยายโอกาสทั้งในงานศาล งานอนุญาโตฯ และงานเอกชน การเข้าใจความแตกต่างของสองระบบนี้ช่วยให้ผู้ว่าจ้างและผู้ปฏิบัติงานเลือกใช้บริการได้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละคดี
เอกสารอ้างอิง (APA)
สำนักงานศาลยุติธรรม. (2566). ประกาศการอบรมและขึ้นทะเบียนล่ามอิสระภาษาต่างประเทศ. กรุงเทพฯ: สำนักงานศาลยุติธรรม.
สมาคมวิชาชีพนักแปลและล่ามแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ [SEAProTI]. (2568). มาตรฐานการรับรองล่ามรับรอง (Certified Interpreters) ระดับ C1-C3. กรุงเทพฯ: SEAProTI.
United Nations. (1966). International Covenant on Civil and Political Rights (ICCPR). New York: UN.




ความคิดเห็น