top of page
Painting Wall
ค้นหา

❗ ปัญหา “แปลที่หนึ่ง ตรวจแก้อีกที่” ในปี พ.ศ. 2568

  • รูปภาพนักเขียน: SEA ProTI
    SEA ProTI
  • 3 วันที่ผ่านมา
  • ยาว 1 นาที
ree

การวิเคราะห์เชิงโครงสร้าง จริยธรรมวิชาชีพ และผลกระทบต่อผู้ใช้บริการแปลเอกสารในประเทศไทย

📍 3 มกราคม 2568, กรุงเทพมหานคร

ในปี พ.ศ. 2568 ภาคบริการแปลเอกสารของประเทศไทยยังคงเผชิญกับปัญหาเชิงโครงสร้างที่ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้บริการอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในปรากฏการณ์ที่พบได้บ่อยและสร้างความเสียหายโดยตรงต่อประชาชน คือสิ่งที่เรียกกันทั่วไปว่า “แปลที่หนึ่ง ตรวจแก้อีกที่” ❌📄

ปรากฏการณ์ดังกล่าวหมายถึงสถานการณ์ที่ร้านแปลรับงานแปลเอกสาร แต่ไม่รับผิดชอบต่อการแก้ไขงานเมื่อเอกสารถูกหน่วยงานราชการ ศาล หรือสถานทูตตีกลับ ส่งผลให้ผู้ใช้บริการต้องเสียค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อน เสียเวลา และตกอยู่ในสถานะเสียเปรียบอย่างไม่เป็นธรรม บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ปัญหาดังกล่าวในเชิง โครงสร้างวิชาชีพ จริยธรรม และผลกระทบเชิงสังคม พร้อมเสนอกรอบแนวคิดเพื่อยกระดับมาตรฐานความรับผิดชอบในวิชาชีพการแปลของประเทศไทย ⚖️📚

🌍 บริบทของปัญหา: การเติบโตของตลาดแปลเอกสารกับช่องว่างด้านมาตรฐาน

การขยายตัวของการติดต่อธุรกรรมข้ามพรมแดนในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ทำให้บริการแปลเอกสารกลายเป็นส่วนหนึ่งที่ขาดไม่ได้ของกระบวนการทางกฎหมาย การศึกษา และการบริหารจัดการภาครัฐ ในปี พ.ศ. 2568 ความต้องการใช้บริการแปลเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นการยื่นคำร้องต่อศาล การยื่นเอกสารต่อสถานทูต หรือการดำเนินธุรกรรมระหว่างประเทศ 🌐✈️

อย่างไรก็ตาม การเติบโตของตลาดดังกล่าว มิได้มาพร้อมกับระบบกำกับคุณภาพและความรับผิดชอบที่เข้มแข็ง ส่งผลให้ปัญหาการให้บริการที่ขาดมาตรฐานเกิดขึ้นซ้ำซาก และตกเป็นภาระของผู้ใช้บริการโดยตรง

⚙️ ลักษณะและกลไกของปัญหา “แปลที่หนึ่ง ตรวจแก้อีกที่”

ปรากฏการณ์นี้สะท้อนรูปแบบการให้บริการที่แยก “การส่งมอบงาน” ออกจาก “ความรับผิดชอบทางวิชาชีพ” อย่างไม่เหมาะสม ร้านแปลบางแห่งมุ่งเน้นเพียงการส่งเอกสารให้ทันกำหนดเวลา โดยขาดการตรวจทานเชิงวิชาชีพอย่างรอบคอบ 🔍📑

เมื่อเอกสารถูกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิเสธเนื่องจากความคลาดเคลื่อนทางภาษา เนื้อหา หรือรูปแบบ ร้านแปลดังกล่าวมักปฏิเสธความรับผิดชอบ โดยอ้างว่างานได้เสร็จสิ้นแล้ว หรือเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับการแก้ไข แม้ข้อผิดพลาดจะเกิดจากผู้แปลเองก็ตาม ผลที่ตามมาคือผู้ใช้บริการจำเป็นต้องนำเอกสารไปแก้ไขหรือแปลใหม่กับผู้ให้บริการรายอื่น 🧾💸

👥 ผลกระทบต่อผู้ใช้บริการและสังคม

ผลกระทบของปัญหานี้ปรากฏชัดในหลายมิติ ผู้ใช้บริการต้องแบกรับค่าใช้จ่ายและเวลาเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการใช้สิทธิทางกฎหมาย การยื่นคำร้องต่อหน่วยงานรัฐ หรือการศึกษาต่อและทำงานในต่างประเทศ ⏳⚠️

ในระดับสังคม ปรากฏการณ์ดังกล่าวบั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบบริการแปลเอกสาร และสร้างความเหลื่อมล้ำ เนื่องจากภาระของความผิดพลาดถูกผลักไปยังผู้ใช้บริการ ซึ่งมิได้เป็นฝ่ายก่อให้เกิดความคลาดเคลื่อนนั้น

⚖️ การวิเคราะห์เชิงจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพ

ตามหลักจริยธรรมวิชาชีพการแปลที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล การแปลมิใช่เพียงการถ่ายทอดข้อความ หากแต่เป็นกระบวนการที่ผู้ประกอบวิชาชีพต้องรับผิดชอบต่อ ความถูกต้อง ความครบถ้วน และความสามารถในการใช้งานจริงของเอกสาร 🧠📘

การปฏิเสธการแก้ไขงานที่มีข้อผิดพลาดจากผู้แปลเอง หรือการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากผู้ใช้บริการ จึงถือเป็นการละเมิดหลักความรับผิดชอบและความเป็นธรรมทางวิชาชีพอย่างชัดเจน ปัญหานี้สะท้อนช่องว่างระหว่างการปฏิบัติทางธุรกิจกับหลักจริยธรรมที่ควรเป็นแก่นของวิชาชีพบริการภาษา

🏛️ ข้อเสนอเชิงวิชาการและเชิงนโยบาย

ในบริบทของปี พ.ศ. 2568 การแก้ไขปัญหา “แปลที่หนึ่ง ตรวจแก้อีกที่” จำเป็นต้องดำเนินการในระดับโครงสร้าง ไม่ว่าจะเป็น

  • การสร้างความตระหนักรู้แก่ผู้ใช้บริการเกี่ยวกับสิทธิของตน

  • การกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำด้านความรับผิดชอบของผู้ให้บริการแปล

  • การส่งเสริมบทบาทขององค์กรวิชาชีพในการกำกับคุณภาพและจริยธรรม 📜🤝

การแยกความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่าง ค่าบริการแปล กับ ความรับผิดชอบต่อข้อผิดพลาดจากผู้แปลเอง เป็นประเด็นสำคัญที่ควรได้รับการผลักดันอย่างจริงจัง

🔚 บทสรุป

ปรากฏการณ์ “แปลที่หนึ่ง ตรวจแก้อีกที่” ซึ่งเห็นได้ชัดในปี พ.ศ. 2568 มิใช่เพียงปัญหาการให้บริการที่ขาดประสิทธิภาพ แต่เป็น ปัญหาเชิงโครงสร้าง ที่สะท้อนช่องว่างด้านมาตรฐานและจริยธรรมในวิชาชีพการแปลของประเทศไทย

การยกระดับคุณภาพบริการและการคุ้มครองผู้ใช้บริการจำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการระหว่างการกำกับตนเองของวิชาชีพ การกำหนดแนวปฏิบัติที่ชัดเจน และการยึดหลักความเป็นธรรมเป็นศูนย์กลางของระบบบริการแปลเอกสาร ⚖️✨


เกี่ยวกับนักแปลรับรอง ผู้รับรองการแปล และล่ามรับรองของสมาคมวิชาชีพนักแปลและล่ามแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


สมาคมวิชาชีพนักแปลและล่ามแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAProTI) ได้ประกาศหลักเกณฑ์และคุณสมบัติผู้ที่ขึ้นทะเบียนเป็น “นักแปลรับรอง (Certified Translators) และผู้รับรองการแปล (Translation Certification Providers) และล่ามรับรอง (Certified Interpreters)” ของสมาคม หมวดที่ 9 และหมวดที่ 10 ในราชกิจจานุเบกษา ของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ในสำนักนายกรัฐมนตรี แห่งราชอาณาจักรไทย ลงวันที่ 25 ก.ค. 2567 เล่มที่ 141 ตอนที่ 66 ง หน้า 100 อ่านฉบับเต็มได้ที่: นักแปลรับรอง ผู้รับรองการแปล และล่ามรับรอง


สำนักคณะกรรมการกฤษฎีกา เสนอให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา โดยกำหนดให้นักแปลที่ขึ้นทะเบียน รวมถึงผู้รับรองการแปลจากสมาคมวิชาชีพหรือสถาบันสอนภาษาที่มีการอบรมและขึ้นทะเบียน สามารถรับรองคำแปลได้ (จดหมายถึงสมาคม SEAProTI ลงวันที่ 28 เม.ย. 2568)


สมาคมวิชาชีพนักแปลและล่ามแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นสมาคมวิชาชีพแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีระบบรับรองนักแปลรับรอง ผู้รับรองการแปล และล่ามรับรอง


สำนักงานใหญ่: อาคารบ้านราชครู เลขที่ 33 ห้อง 402 ซอยพหลโยธิน 5 ถนนพหลโยธิน แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400 ประเทศไทย


อีเมล: hello@seaproti.com โทรศัพท์: (+66) 2-114-3128 (เวลาทำการ: วันจันทร์–วันศุกร์ เวลา 09.00–17.00 น.

 
 
 

ความคิดเห็น


+66 2 114 3128

ประเทศไทย

เกี่ยวกับเรา : แวดวงนักแปลและล่ามวิชาชีพ

“อัปเดตทุกมุมมอง นักแปลและล่ามมือวิชาชีพ”

นิตยสารออนไลน์ที่รวมทุกความเคลื่อนไหวในวงการแปลและล่ามทั้งในประเทศและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นข่าวสาร กฎหมาย มาตรฐานวิชาชีพ บทสัมภาษณ์เชิงลึก บทวิเคราะห์แนวโน้มอุตสาหกรรม ไปจนถึงโอกาสการพัฒนาและอบรมต่อเนื่อง (CPD) เพื่อยกระดับนักแปลและล่ามสู่มาตรฐานสากล

  • Facebook
  • Instagram
  • X
  • TikTok

 

© 2025 by สมาคมวิชาชีพนักแปลและล่ามแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

 

bottom of page