ผู้รับรองการแปลจากภาษาต่างประเทศเป็นภาษาไทย: ฐานกฎหมาย คุณสมบัติ และผลทางปฏิบัติ
- SEA ProTI
- 6 ก.ย. 2568
- ยาว 1 นาที

6 กันยายน 2568, กรุงเทพมหานคร - กฎกระทรวงมหาดไทย พ.ศ. 2540 ว่าด้วยการรับรองการแปล กำหนดชัดเจนว่า ไม่ใช่ทุกคนสามารถรับรองการแปลได้ แต่จำกัดสิทธิ์ไว้เฉพาะบุคคลหรือหน่วยงานที่มีคุณสมบัติทางวิชาชีพหรือได้รับการยอมรับจากรัฐ เพื่อป้องกันการปลอมแปลงเอกสารและคุ้มครองประชาชนในกระบวนการปกครองและยุติธรรม
กลุ่มผู้ที่มีสิทธิ์เป็นผู้รับรองการแปล
(1) บุคคลสัญชาติไทยที่จบปริญญาตรีขึ้นไป
ต้องสำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี
หลักสูตรต้องใช้ “ภาษาต้นทาง” ของเอกสารเป็นภาษาการเรียนการสอน
เช่น จบปริญญาตรีภาษาอังกฤษ → รับรองการแปลอังกฤษ–ไทยได้
(2) อาจารย์มหาวิทยาลัย
ต้องเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยในประเทศไทย
มีคุณวุฒิและสอน “ภาษาต้นทาง” ของเอกสาร
(3) สถานทูตหรือสถานกงสุลต่างประเทศในประเทศไทย
รับรองได้เมื่อเอกสารเป็นภาษาราชการของประเทศนั้น ๆ
เช่น เอกสารภาษาฝรั่งเศสสามารถให้สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสในไทยรับรองการแปล
(4) สถานเอกอัครราชทูตหรือกงสุลไทยในต่างประเทศ
สำหรับกรณีที่เอกสารต้นฉบับจัดทำหรือแปลในต่างประเทศ
เมื่อนำมาใช้ในประเทศไทย จำเป็นต้องให้สถานทูตหรือกงสุลไทยรับรอง
(5) ผู้เชี่ยวชาญ/ผู้ขึ้นทะเบียนกับสมาคมวิชาชีพ (เช่น SEAProTI)
สมาคมวิชาชีพนักแปลและล่ามแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAProTI) ออกใบรับรองและตราประทับวิชาชีพ
ใช้ยื่นต่อศาล หน่วยงานราชการไทย และยังได้รับการยอมรับจากหลายประเทศในต่างประเทศ
กลไกนี้ช่วยปิดช่องว่างจากปัญหานักแปลเถื่อนหรือการใช้เครื่องมืออัตโนมัติที่ไม่มีคุณภาพ
หมายเหตุ: ** สำนักคณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา โดยกำหนดให้นักแปลที่ขึ้นทะเบียน รวมถึงผู้รับรองการแปลจากสมาคมวิชาชีพหรือสถาบันสอนภาษาที่มีการอบรมและขึ้นทะเบียน สามารถรับรองคำแปลได้ (จดหมายถึงสมาคม SEAProTI ลงวันที่ 28 เม.ย. 2568)
3. การใช้เอกสารในต่างประเทศ
หากต้องนำเอกสารแปลไปใช้ นอกประเทศไทย หรือในหน่วยงานที่ต้องการการยืนยันสูงสุด เช่น การขอวีซ่าเพื่ออยู่ถาวร (PR) อาจต้องมีการรับรองเพิ่มเติม ได้แก่:
กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ → รับรองลายมือชื่อผู้แปล/ผู้รับรอง
โนตารีพับลิก (Notarial Services Attorney) → เพื่อความถูกต้องตามกฎหมายสากล
4. ความสำคัญของการเลือกผู้รับรองที่ถูกต้อง
ทำให้เอกสารสามารถใช้ได้จริงใน ศาล หน่วยงานราชการ หรือองค์กรระหว่างประเทศ
ลดความเสี่ยงการถูกปฏิเสธเอกสาร เนื่องจากการรับรองโดยผู้ไม่มีคุณสมบัติ
ช่วยคุ้มครองสิทธิของประชาชนในกระบวนการปกครองและยุติธรรม
บทสรุป
“ผู้รับรองการแปล” ไม่ใช่เพียงผู้มีความรู้ภาษาเท่านั้น แต่ต้องมีคุณสมบัติและฐานกฎหมายรองรับ กฎกระทรวงมหาดไทย พ.ศ. 2540 กำหนดกลุ่มบุคคล/หน่วยงานที่มีสิทธิ์ชัดเจน การมีสมาคมวิชาชีพเช่น SEAProTI ยังช่วยยกระดับมาตรฐาน เพิ่มความเชื่อมั่น และป้องกันการฉ้อโกงในธุรกิจการแปล
การอ้างอิง
กฎกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการรับรองการแปลเอกสาร พ.ศ. 2540. (2540). ราชกิจจานุเบกษา, เล่ม 114 ตอนพิเศษ 25 ง.
สมาคมวิชาชีพนักแปลและล่ามแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAProTI). (2568). มาตรฐานการรับรองการแปลและล่าม. กรุงเทพฯ: SEAProTI.



ความคิดเห็น