นักแปลรับรองและผู้รับรองการแปล: กลไกสำคัญคู่ขนานต่อการจัดทำเอกสารการทะเบียนภาษาอังกฤษ
- SEA ProTI
- 6 ก.ย. 2568
- ยาว 1 นาที

แม้ว่าปัจจุบัน กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ และกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย จะได้จัดทำ เอกสารการทะเบียนภาษาอังกฤษ เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนและสร้างมาตรฐานใหม่ แต่ในทางปฏิบัติ ไม่ใช่ทุกเอกสารหรือทุกกรณีที่จะสามารถออกเป็นภาษาอังกฤษจากหน่วยงานรัฐได้โดยตรง บทบาทของ นักแปลรับรอง (Certified Translators) และ ผู้รับรองการแปล (Certified Translation Certification Providers) จึงยังคงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
บทบาทของนักแปลรับรอง (Certified Translators)
การรับประกันความถูกต้องทางภาษาและกฎหมายนักแปลรับรองได้รับการอบรมและสอบตามมาตรฐานวิชาชีพ ทำให้การแปลเอกสารมีความถูกต้องทั้งทางถ้อยคำและความหมายเชิงกฎหมาย
ความเชี่ยวชาญในสาขาเฉพาะเอกสารทางราชการบางประเภท เช่น คำพิพากษา สัญญา หรือเอกสารการแพทย์ ไม่อยู่ในขอบเขตที่กรมการปกครองสามารถออกเป็นภาษาอังกฤษได้ นักแปลรับรองจึงมีบทบาทในการแปลและรับรองให้มีผลทางกฎหมาย
ความน่าเชื่อถือระดับสากลนักแปลที่ผ่านการรับรองจากองค์กรวิชาชีพ เช่น สมาคมวิชาชีพนักแปลและล่ามแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAProTI) มีตราประทับหรือใบรับรองที่ได้รับการยอมรับจากสถานทูต ศาล และหน่วยงานในต่างประเทศ
บทบาทของผู้รับรองการแปล (Certified Translation Certification Providers)
สร้างมาตรฐานกลางของวิชาชีพผู้รับรองการแปลทำหน้าที่กำหนดเกณฑ์การอบรม การสอบ และการออกใบรับรอง เพื่อให้มั่นใจว่านักแปลมีความสามารถและยึดถือจรรยาบรรณ
เป็นกลไกกำกับดูแลคุณภาพในกรณีที่เกิดข้อพิพาทเกี่ยวกับคุณภาพการแปล ผู้รับรองการแปลเป็นหน่วยงานกลางที่สามารถตรวจสอบและให้ความเห็นทางวิชาการได้
เชื่อมโยงกับหน่วยงานรัฐและนานาชาติองค์กรผู้รับรองการแปลทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างนักแปลกับหน่วยงานราชการ เช่น กรมการกงสุล และกับหน่วยงานต่างประเทศที่ต้องการเอกสารที่มีมาตรฐานรับรอง
ความสำคัญในบริบทเอกสารการทะเบียนภาษาอังกฤษ
แม้ว่าหน่วยงานรัฐจะออกเอกสารภาษาอังกฤษได้มากขึ้น แต่ในทางปฏิบัติ ประชาชนยังต้องใช้บริการนักแปลรับรองและผู้รับรองการแปลในกรณีต่อไปนี้:
เอกสารที่ไม่อยู่ในบัญชีเอกสารที่กรมการปกครองสามารถออกเป็นภาษาอังกฤษ
เอกสารที่มีเนื้อหาซับซ้อนหรือเชิงกฎหมาย
กรณีที่หน่วยงานต่างประเทศกำหนดให้ต้องใช้การแปลที่มีการรับรองจากนักแปลวิชาชีพหรือสมาคม
ดังนั้น นักแปลรับรองและผู้รับรองการแปลจึงมีสถานะเป็น “กลไกคู่ขนาน” ที่เสริมความครบถ้วนของระบบ ไม่เพียงเติมเต็มช่องว่างที่หน่วยงานรัฐยังไม่สามารถครอบคลุม แต่ยังทำหน้าที่สร้างมาตรฐานวิชาชีพและความน่าเชื่อถือในระดับสากล
สรุป
การที่กรมการกงสุลและกรมการปกครองออกเอกสารการทะเบียนภาษาอังกฤษเป็นความก้าวหน้าที่สำคัญ แต่ไม่ได้ทำให้บทบาทของนักแปลรับรองและผู้รับรองการแปลหมดความจำเป็น ตรงกันข้าม ทั้งสองฝ่ายกลับทำงานเสริมกัน โดยหน่วยงานรัฐให้บริการขั้นพื้นฐานที่เข้าถึงง่าย ส่วนวิชาชีพการแปลทำหน้าที่เติมเต็มในส่วนที่ซับซ้อนและเชื่อมโยงกับมาตรฐานสากล
เอกสารอ้างอิง
สมาคมวิชาชีพนักแปลและล่ามแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้. (2568). คู่มือมาตรฐานการรับรองการแปล. กรุงเทพฯ: SEAProTI.
กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ. (2566). คู่มือการให้บริการงานกงสุล. กรุงเทพฯ: กระทรวงการต่างประเทศ.
กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย. (2566). รายงานประจำปีกรมการปกครอง. กรุงเทพฯ: กระทรวงมหาดไทย.
เกี่ยวกับนักแปลรับรอง ผู้รับรองการแปล และล่ามรับรองของสมาคมวิชาชีพนักแปลและล่ามแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
* สมาคมวิชาชีพนักแปลและล่ามแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAProTI) ได้ประกาศหลักเกณฑ์และคุณสมบัติผู้ที่ขึ้นทะเบียนเป็น “นักแปลรับรอง (Certified Translators) และผู้รับรองการแปล (Translation Certification Providers) และล่ามรับรอง (Certified Interpreters)” ของสมาคม หมวดที่ 9 และหมวดที่ 10 ในราชกิจจานุเบกษา ของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ในสำนักนายกรัฐมนตรี แห่งราชอาณาจักรไทย ลงวันที่ 25 ก.ค. 2567 เล่มที่ 141 ตอนที่ 66 ง หน้า 100 อ่านฉบับเต็มได้ที่: นักแปลรับรอง ผู้รับรองการแปล และล่ามรับรอง
** สำนักคณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา โดยกำหนดให้นักแปลที่ขึ้นทะเบียน รวมถึงผู้รับรองการแปลจากสมาคมวิชาชีพหรือสถาบันสอนภาษาที่มีการอบรมและขึ้นทะเบียน สามารถรับรองคำแปลได้ (จดหมายถึงสมาคม SEAProTI ลงวันที่ 28 เม.ย. 2568)
*** สมาคมวิชาชีพนักแปลและล่ามแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นสมาคมวิชาชีพแห่งแรกในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีระบบรับรองนักแปลรับรอง ผู้รับรองการแปล และล่ามรับรอง
สำนักงานใหญ่: อาคารบ้านราชครู เลขที่ 33 ห้อง 402 ซอยพหลโยธิน 5 ถนนพหลโยธิน แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400 ประเทศไทย
อีเมล: hello@seaproti.com โทรศัพท์: (+66) 2-114-3128 (เวลาทำการ: วันจันทร์–วันศุกร์ เวลา 09.00–17.00 น.)




ความคิดเห็น