นักแปลรับรอง (Certified Translators) ของแท้ ต้องพิสูจน์ได้ ไม่ใช่แค่คำอ้าง
- SEA ProTI
- 6 ก.ย. 2568
- ยาว 1 นาที

6 กันยายน 2568, กรุงเทพมหานคร - ในยุคที่การแปลเอกสารมีผลโดยตรงต่อสิทธิ หน้าที่ และความน่าเชื่อถือของผู้ใช้บริการ การเลือกใช้นักแปลรับรอง (Certified Translators) ที่ได้รับการยอมรับจากหน่วยงานรัฐและเอกชนทั้งในและต่างประเทศจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะไม่เพียงช่วยให้เอกสารของคุณถูกต้องตามกฎหมาย แต่ยังเป็นการป้องกันความเสียหายจากการถูกฉ้อโกงโดยผู้ที่อ้างตัวเป็นนักแปลโดยไม่มีคุณสมบัติจริง
เกณฑ์การตรวจสอบคุณสมบัติของนักแปลรับรอง
คุณวุฒิและใบอนุญาตวิชาชีพ
ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพนักแปล (License/Certificate) ที่ออกโดยองค์กรวิชาชีพหรือหน่วยงานที่มีอำนาจกำกับดูแล
ใบอนุญาตต้องสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ว่ามีการออกจริง
บัตรวิชาชีพนักแปล
นักแปลรับรองต้องถือบัตรแสดงตนที่มีข้อมูลระบุชัดเจน เช่น ชื่อ–นามสกุล, หมายเลขสมาชิก, ระยะเวลาการรับรอง
ใช้เป็นหลักฐานยืนยันตัวตนในทางปฏิบัติ
หนังสือรับรองจากหน่วยงานรับรอง
ต้องมีจดหมายหรือเอกสารรับรอง (Certificate of Accreditation/Authorization) ที่ออกโดยองค์กรรับรองหรือสถาบันวิชาชีพ
เอกสารนี้ควรมีตราประทับและลายเซ็นผู้มีอำนาจ
ตราประทับจากองค์กรวิชาชีพหรือหน่วยงานที่สาม (Third-party Certifying Authority)
นักแปลรับรองที่แท้จริงจะมีตราประทับพิเศษที่ออกโดยองค์กร เช่น สมาคมวิชาชีพหรือสมาคมระหว่างประเทศ
ตราประทับนี้เป็น “หลักฐานสุดท้าย” ว่าการแปลมีมาตรฐานและสามารถใช้ยื่นกับหน่วยงานราชการ/ศาลได้
ทำไมต้องตรวจสอบ
ปัญหาที่พบในปัจจุบันมีบุคคลทั่วไปจำนวนมากรับจ้างแปลโดยไม่ใช่นักแปลรับรอง บางรายใช้ Google Translate แปล แล้วเรียกเก็บเงินจากลูกค้า
บางราย รับเงินแล้วบล็อกลูกค้า หายไป
บางรายเป็น มิจฉาชีพ ที่ปลอมเอกสารและตราประทับ
นักแปลทั่วไปที่ไม่ผ่านการรับรองมักไม่ยึดถือ จรรยาบรรณวิชาชีพ ทำให้งานแปลไม่สามารถนำไปใช้ทางราชการหรือกฎหมายได้
วิธีพิสูจน์ตัวตนนักแปลรับรอง
เมื่อคุณต้องการความมั่นใจว่าเอกสารแปลมีคุณภาพและถูกกฎหมาย ควร ขอให้นักแปลแสดงเอกสารเหล่านี้ก่อนทุกครั้ง
ใบอนุญาตวิชาชีพ (Professional Translator License)
บัตรวิชาชีพนักแปล
หนังสือรับรองจากหน่วยงานหรือสมาคม
ตราประทับนักแปลรับรอง
หากไม่มีสิ่งเหล่านี้ → ควรปฏิเสธการใช้บริการทันที
สรุปส่งท้าย
ปัจจุบันมี “นักแปลปลอม” ใช้ Google Translate แปลมั่ว หลอกเอาเงินแล้วหนี หรือส่งงานที่ใช้ไม่ได้จริง
ดังนั้น ถ้าอยากมั่นใจว่าเอกสารของคุณจะถูกต้องตามกฎหมาย ต้องเลือก นักแปลรับรอง (Certified Translators) ที่มีใบอนุญาต บัตรวิชาชีพ หนังสือรับรอง และตราประทับจากองค์กรที่น่าเชื่อถือเท่านั้น
เกี่ยวกับนักแปลรับรอง ผู้รับรองการแปล และล่ามรับรองของสมาคมวิชาชีพนักแปลและล่ามแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
* สมาคมวิชาชีพนักแปลและล่ามแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAProTI) ได้ประกาศหลักเกณฑ์และคุณสมบัติผู้ที่ขึ้นทะเบียนเป็น “นักแปลรับรอง (Certified Translators) และผู้รับรองการแปล (Translation Certification Providers) และล่ามรับรอง (Certified Interpreters)” ของสมาคม หมวดที่ 9 และหมวดที่ 10 ในราชกิจจานุเบกษา ของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ในสำนักนายกรัฐมนตรี แห่งราชอาณาจักรไทย ลงวันที่ 25 ก.ค. 2567 เล่มที่ 141 ตอนที่ 66 ง หน้า 100 อ่านฉบับเต็มได้ที่: นักแปลรับรอง ผู้รับรองการแปล และล่ามรับรอง
** สำนักคณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา โดยกำหนดให้นักแปลที่ขึ้นทะเบียน รวมถึงผู้รับรองการแปลจากสมาคมวิชาชีพหรือสถาบันสอนภาษาที่มีการอบรมและขึ้นทะเบียน สามารถรับรองคำแปลได้ (จดหมายถึงสมาคม SEAProTI ลงวันที่ 28 เม.ย. 2568)
*** สมาคมวิชาชีพนักแปลและล่ามแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นสมาคมวิชาชีพแห่งแรกในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีระบบรับรองนักแปลรับรอง ผู้รับรองการแปล และล่ามรับรอง
สำนักงานใหญ่: อาคารบ้านราชครู เลขที่ 33 ห้อง 402 ซอยพหลโยธิน 5 ถนนพหลโยธิน แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400 ประเทศไทย
อีเมล: hello@seaproti.com โทรศัพท์: (+66) 2-114-3128 (เวลาทำการ: วันจันทร์–วันศุกร์ เวลา 09.00–17.00 น.)




ความคิดเห็น