top of page
Painting Wall
ค้นหา

การอธิบายคำแปลผิดในศาล: ความแตกต่างเชิงความหมายและเชิงเทคนิค

  • รูปภาพนักเขียน: SEA ProTI
    SEA ProTI
  • 6 ก.ย. 2568
  • ยาว 2 นาที

ในการพิจารณาคดีที่มีการใช้ล่าม ความถูกต้องของการแปลถือเป็นหัวใจสำคัญของกระบวนการยุติธรรม หากล่ามแปลผิด ย่อมส่งผลต่อข้อเท็จจริง เจตนาของคู่ความ และสิทธิในคดีโดยตรง ดังนั้น เมื่อมีการทักท้วงหรือแจ้งศาลเกี่ยวกับคำแปลผิด การจัดลำดับวิธีอธิบายจึงสำคัญ โดยควรเน้น “ความหมาย” ก่อน “เทคนิค” เพื่อให้ศาลเข้าใจถึงสาระที่ผิดพลาดและผลกระทบได้ครบถ้วน (สำนักงานศาลยุติธรรม, 2562; SEAProTI, 2024)


ความแตกต่างเชิงความหมาย: ประเด็นหลักที่ควรเริ่มก่อน

  • เหตุผล: ความหมายสะท้อนสาระสำคัญของคำให้การและข้อเท็จจริงในคดี การแปลผิดความหมายอาจทำให้เจตนาของพยานเปลี่ยนไป หรือทำให้สิทธิของคู่ความถูกกระทบ เช่น การแปลว่า “สัญญาใช้ได้” แทนที่จะเป็น “สัญญาเป็นโมฆะ” ส่งผลต่อผลลัพธ์ของคดีทันที

  • ความเข้าใจของศาล: ศาลเข้าใจได้ง่ายขึ้นหากเริ่มต้นด้วยการเปรียบเทียบสาระสำคัญ เช่น “พยานกล่าวว่า… แต่ล่ามแปลว่า…” โดยไม่ต้องอธิบายเชิงเทคนิคก่อน


ตัวอย่าง

  • ต้นฉบับ: “The contract is void.”

  • คำแปลผิด: “สัญญานี้ใช้ได้”

  • ผลกระทบ: ทำให้สาระสำคัญของคดีเปลี่ยนจาก “โมฆะ” เป็น “สมบูรณ์”


ความแตกต่างเชิงเทคนิค: การเสริมความชัดเจนภายหลัง

เมื่อศาลเข้าใจสาระสำคัญแล้ว จึงควรอธิบายความผิดพลาดเชิงเทคนิค เช่น

  • การใช้ศัพท์ผิด (void แปลเป็น ใช้ได้ แทน โมฆะ)

  • การใช้ประโยคคลุมเครือ ทำให้ความหมายผิดเพี้ยน

  • การละเลยถ้อยคำบางส่วนที่มีนัยสำคัญทางกฎหมาย


เทคนิคการแจ้งต่อศาล

  1. เริ่มด้วยความหมายหลัก: “ต้นฉบับว่า… แต่ล่ามแปลว่า… ซึ่งทำให้เจตนาหรือข้อเท็จจริงเปลี่ยนไป”

  2. ต่อด้วยเทคนิคภาษา: “ความคลาดเคลื่อนนี้เกิดจากการใช้ศัพท์ผิด/ประโยคไม่ตรงบริบท”

  3. ชี้ผลกระทบต่อคดี: “การแปลผิดนี้อาจทำให้การวินิจฉัยข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงผิดไปจากเจตนาที่แท้จริง”


ตัวอย่างการอธิบายคำแปลผิดเชิงความหมายและเชิงเทคนิค

ต้นฉบับ (Original)

คำแปลของล่าม (Interpreter’s Translation)

ความแตกต่างเชิงความหมาย

ความผิดพลาดเชิงเทคนิค

ผลกระทบต่อคดี

The contract is void.

“สัญญานี้ใช้ได้”

ความหมายตรงข้ามกัน ระหว่าง “โมฆะ” กับ “สมบูรณ์”

ใช้ศัพท์ผิด (void ไม่ได้แปลว่า ใช้ได้)

ทำให้ศาลเข้าใจว่าสัญญายังคงมีผลบังคับ ทั้งที่กฎหมายถือว่าโมฆะ

I did not see the accident.

“ฉันเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด”

ความหมายกลับกัน จาก “ไม่ได้เห็น” เป็น “เห็นทั้งหมด”

แปลผิดบริบทและละคำปฏิเสธ (not)

เปลี่ยนข้อเท็จจริงสำคัญ พยานอาจถูกมองว่าเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ ทั้งที่จริงไม่ใช่

The witness is the defendant’s colleague.

“พยานเป็นเพื่อนสนิทของจำเลย”

เติมสาระใหม่จาก “เพื่อนร่วมงาน” เป็น “เพื่อนสนิท”

ใช้ศัพท์คลาดเคลื่อน (colleague ≠ close friend)

อาจสร้างความเอนเอียงเรื่องความสัมพันธ์ของพยานกับจำเลย

The accused signed the document under pressure.

“จำเลยเซ็นสัญญาโดยสมัครใจ”

ความหมายกลับทิศจาก “ถูกกดดัน” เป็น “สมัครใจ”

ใช้คำแปลไม่ถูกต้อง (under pressure ≠ สมัครใจ)

ส่งผลต่อประเด็นสำคัญของคดีเรื่องความยินยอม

👉 ตารางนี้แสดงให้เห็นว่า ควรอธิบาย ความหมาย (Substance) ก่อน เพื่อชี้ให้ศาลเห็นถึงความคลาดเคลื่อนในสาระสำคัญ จากนั้นจึงอธิบาย เทคนิคทางภาษา (Form/Technique) เช่น การใช้ศัพท์ผิดหรือละคำสำคัญ และปิดท้ายด้วย ผลกระทบต่อคดี (Impact) เพื่อให้ศาลตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาการแปล


บทสรุป

การชี้แจงคำแปลผิดในศาลควรจัดลำดับการอธิบายโดยเน้น เชิงความหมายก่อน เนื่องจากเป็นส่วนที่มีผลโดยตรงต่อข้อเท็จจริงและสิทธิของคู่ความ จากนั้นจึงเสริมด้วยการอธิบาย เชิงเทคนิคด้านภาษา เพื่อให้ศาลเข้าใจทั้งมิติของสาระสำคัญและรายละเอียดเชิงภาษาศาสตร์ การดำเนินการเช่นนี้จะทำให้การพิจารณาเป็นไปอย่างโปร่งใสและรักษามาตรฐานความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรมไทย


เอกสารอ้างอิง

สำนักงานศาลยุติธรรม. (2562). คู่มือการปฏิบัติงานล่ามศาล. กรุงเทพฯ: สำนักงานศาลยุติธรรม.SEAProTI. (2024). Standards and certification framework for court interpreters in Southeast Asia. Southeast Asian Association of Professional Translators and Interpreters (SEAProTI).


เกี่ยวกับนักแปลรับรอง ผู้รับรองการแปล และล่ามรับรองของสมาคมวิชาชีพนักแปลและล่ามแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

* สมาคมวิชาชีพนักแปลและล่ามแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAProTI) ได้ประกาศหลักเกณฑ์และคุณสมบัติผู้ที่ขึ้นทะเบียนเป็น “นักแปลรับรอง (Certified Translators) และผู้รับรองการแปล (Translation Certification Providers) และล่ามรับรอง (Certified Interpreters)” ของสมาคม หมวดที่ 9 และหมวดที่ 10 ในราชกิจจานุเบกษา ของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ในสำนักนายกรัฐมนตรี แห่งราชอาณาจักรไทย ลงวันที่ 25 ก.ค. 2567 เล่มที่ 141 ตอนที่ 66 ง หน้า 100 อ่านฉบับเต็มได้ที่: นักแปลรับรอง ผู้รับรองการแปล และล่ามรับรอง


** สำนักคณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา โดยกำหนดให้นักแปลที่ขึ้นทะเบียน รวมถึงผู้รับรองการแปลจากสมาคมวิชาชีพหรือสถาบันสอนภาษาที่มีการอบรมและขึ้นทะเบียน สามารถรับรองคำแปลได้ (จดหมายถึงสมาคม SEAProTI ลงวันที่ 28 เม.ย. 2568)


*** สมาคมวิชาชีพนักแปลและล่ามแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นสมาคมวิชาชีพแห่งแรกในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีระบบรับรองนักแปลรับรอง ผู้รับรองการแปล และล่ามรับรอง


สำนักงานใหญ่: อาคารบ้านราชครู เลขที่ 33 ห้อง 402 ซอยพหลโยธิน 5 ถนนพหลโยธิน แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400 ประเทศไทย

อีเมล: hello@seaproti.com โทรศัพท์: (+66) 2-114-3128 (เวลาทำการ: วันจันทร์–วันศุกร์ เวลา 09.00–17.00 น.)

 
 
 

ความคิดเห็น


+66 2 114 3128

ประเทศไทย

เกี่ยวกับเรา : แวดวงนักแปลและล่ามวิชาชีพ

“อัปเดตทุกมุมมอง นักแปลและล่ามมือวิชาชีพ”

นิตยสารออนไลน์ที่รวมทุกความเคลื่อนไหวในวงการแปลและล่ามทั้งในประเทศและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นข่าวสาร กฎหมาย มาตรฐานวิชาชีพ บทสัมภาษณ์เชิงลึก บทวิเคราะห์แนวโน้มอุตสาหกรรม ไปจนถึงโอกาสการพัฒนาและอบรมต่อเนื่อง (CPD) เพื่อยกระดับนักแปลและล่ามสู่มาตรฐานสากล

  • Facebook
  • Instagram
  • X
  • TikTok

 

© 2025 by สมาคมวิชาชีพนักแปลและล่ามแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

 

bottom of page