การทักท้วงการแปลผิด: สิทธิในการเข้าถึงความยุติธรรมของคู่ความ
- SEA ProTI
- 6 ก.ย. 2568
- ยาว 1 นาที

สิทธิของบุคคลในการได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม (fair trial) เป็นหลักการสำคัญที่ปรากฏทั้งในรัฐธรรมนูญไทยและกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) การใช้ล่ามในศาลจึงไม่ใช่เพียงการอำนวยความสะดวกด้านภาษา แต่เป็นกลไกที่คุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐาน หากล่ามแปลผิด แปลตกหล่น หรือบิดเบือน ย่อมเป็นการละเมิดสิทธิของคู่ความโดยตรง
การแจ้งศาล: เครื่องมือคุ้มครองสิทธิ
การทักท้วงหรือแจ้งศาลเมื่อล่ามแปลผิด จึงไม่ใช่เพียง “ขั้นตอน” หากแต่เป็น การใช้สิทธิในการเข้าถึงความยุติธรรมอย่างเสมอภาค โดยคู่ความและทนายมีหน้าที่ต้องชี้ให้ศาลเห็นว่า การแปลผิดส่งผลกระทบต่อข้อเท็จจริงในคดี เพื่อให้ศาลมีคำสั่งแก้ไขหรือเปลี่ยนล่าม
วิธีปฏิบัติ
ระบุจุดที่ผิด: ต้องชี้เฉพาะเจาะจง เช่น คำให้การของพยาน ข้อเท็จจริงที่เป็นประเด็นสำคัญ หรือคำถามที่มีนัยสำคัญทางกฎหมาย
อธิบายผลกระทบ: เช่น ความคลาดเคลื่อนอาจทำให้พยานถูกเข้าใจผิด หรือทำให้คู่ความเสียเปรียบในทางคดี
ขอให้บันทึกในรายงาน: เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการอุทธรณ์หรือฎีกา
มุมมองเชิงนโยบาย
ปัญหาการแปลผิดในศาลสะท้อนว่า ประเทศไทยยังไม่มี พระราชบัญญัติว่าด้วยล่ามศาล ที่กำหนดมาตรฐาน หน้าที่ และจรรยาบรรณอย่างเป็นทางการ การอาศัยเพียงระเบียบศาลหรือการสาบานตนของล่ามอาจไม่เพียงพอ การนำองค์กรวิชาชีพอิสระ เช่น SEAProTI เข้ามามีส่วนร่วมในการรับรองและกำกับดูแล จึงเป็นทางออกที่จะยกระดับมาตรฐานการล่ามให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนสากล (SEAProTI, 2024)
บทสรุป
การแจ้งศาลเมื่อล่ามแปลผิดไม่ใช่เพียงการรักษาความถูกต้องทางภาษา แต่เป็นการปกป้องสิทธิขั้นพื้นฐานของคู่ความในกระบวนการยุติธรรม การสร้างกลไกที่โปร่งใสและเป็นกลางในการกำกับดูแลล่ามศาล จึงเป็นสิ่งจำเป็นในการยกระดับความน่าเชื่อถือของระบบยุติธรรมไทย
เอกสารอ้างอิง
สำนักงานศาลยุติธรรม. (2562). คู่มือการปฏิบัติงานล่ามศาล. กรุงเทพฯ: สำนักงานศาลยุติธรรม.
SEAProTI. (2024). Standards and certification framework for court interpreters in Southeast Asia. Southeast Asian Association of Professional Translators and Interpreters (SEAProTI).




ความคิดเห็น